หน้าหนังสือทั้งหมด

หน้า1
134
1834 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) น กิเรว สาธุ อติเวลภาณี ฯ ฟังมาว่า คนที่ชอบพูดเกินเลยไป ไม่ดีเลย ที่มา : ตักการิยชาดก ขุ.ชา. ๒๗/๑๘๘๓
หน้า2
136
1836 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) น ปาปชนเสวี องฺจนฺตสุขเมธติ ฯ ผู้คบหากับคนชั่ว จะไม่ได้ความสุขสถานเดียว ที่มา : โคธชาดก ขุ.ชา. ๒๗/๑๔๑
หน้า3
138
1838 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) อปี เจปี ทุพพโล มิตโต มิตตธมฺเมสุ ติฏฐิติ โส ญาตโก จ พนธุ์ จ ฯ โส มิตโต โส จ เม สุขา ฯ มิตร ถึงจะมีกำลังน้อย แต่ดำรงอยู่ในมิตรธรรม ก็นับได้ว่าเป็นทั้งญาติ เป็นทั้
หน้า4
140
140 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) สงฺเกเถว อมิตตสม มิตตสุมิมปิ น วิสสเส อภยา ภยมุปฺปนฺนํ อปิ มูลานิ กนฺตติ ฯ ควรระแวงคนที่มิใช่มิตรไว้ให้ดี แม้ในมิตรเอง ก็ไม่ควรไว้วางใจ พิษภัยที่เกิดจากคนที่เราคิด
หน้า5
142
142 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) เสยยโส เสยฺยโส โหติ โย เสยฺยมุปเสวติ ฯ คบหากับคนที่ประเสริฐ ก็จะพลอยประเสริฐไปด้วย ที่มา : : เสียยชาดก ขุ.ชา. ๒๗/๔๔๕
หน้า6
144
144 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) เอเต ภิยโย สมายนฺติ สนธิ เตสํ น ชีรติ โย จาธิปนฺนํ ชานาติ โย จ ชานาติ เทสน์ ฯ ผู้ที่รู้สึกถึงความผิดที่ตนทำไว้ และผู้ที่ยอมรับการขอโทษของผู้ทำผิด ทั้งสองคนนี้ย่อมก
หน้า7
146
146 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) โย ต วิสสาสเย ตาต วิสสาสญฺจ เมยย เต สุสสูสี จ ติติก จ ติ ภูเชหิ อิโต คโต ฯ ลูกเอ๋ย ใครก็ตามที่ไว้ใจเจ้า ทนต่อการถือวิสาสะของเจ้าได้ ทั้งยอมฟังคำพูดของเจ้า และยกโทษ
หน้า8
148
148 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) โย ปเรส วจนาน สททเหถ ยถาตถ์ ขิปป์ ภิชเชถ มิตตสม เวรญจ ปสเว พหุ ฯ ใดยอมเชื่อถ้อยคำคนอื่นเป็นจริงเป็นจัง ผู้นั้นจะต้องพลันแตกจากมิตรสหาย และจะต้องประสบเวรภัยเป็นอันม
หน้า9
150
150 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) นรียติ ปุริโส นินเสวี น จ หาเยก กทาจิ ตุลุยเสวี เสฏฐมุปคมญฺจ อุเทติ ชิปป์ ตสมา อตฺตโน อุตตร์ ภูเชถ ฯ คบกับคนที่ต่ำ ย่อมตกต่ำ คบกับคนที่เสมอกัน ย่อมไม่เสียหาย คบกับ
หน้า10
152
152 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) อนตฺถา ตาต วฑฺฒนฺติ พาล อาจูปเสวโต มาสสุ พาเลน สงค อมิตเตเนว สพฺพทา ฯ ลูกเอ๋ย ความฉิบหายย่อมขยายวงออกไป เมื่อคบหากับคนพาลมากไป เจ้าอย่าได้สังคมกับคนพาลเลย เพราะการ
หน้า11
154
154 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ปูติมจน์ กุสคเคน โย นโร อุปนยุหติ กุสาปิ ปูติ วายนฺติ เอว์ พาลูปเสวนา ฯ นรชนเอาใบหญ้าคามาห่อปลาร้า แม้ใบหญ้าคาก็พลอยเหม็นฟุ้งไปด้วย ฉันใด การคบหากับคนพาล ก็ทำให้เห
หน้า12
156
156 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) สวาเสน หิ มิตตาน สนธิยนฺติ ปุนปฺปุนํ เสาว มิตโต อสงคนต อสวาเสน กีรติ ฯ เมื่ออยู่ร่วมกัน มิตรภาพย่อมสืบเนื่องได้เรื่อยไป แต่เมื่อไม่ไปมาหาสู่กัน มิตรภาพนั้นก็จะเสื่
หน้า13
158
158 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ปสนุนเมว เสเวย อปฺปสนฺนํ วิวชฺชเย ปสนฺนํ ปฏิรูปาเสยย รหทำวุทกตฺถิโก ฯ ควรคบหาแต่กับคนที่ใจซื่อมือสะอาด ควรหลีกเว้นคนที่ใจไม่ซื่อมือไม่สะอาดเสีย ควรเข้าไปใกล้ชิดคนท
หน้า14
160
160 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) องจาภิกขณสํสคคา อสโมสรเณน จ เอเตน มิตตา ชีรนติ อกาเล ยาจนาย จ ฯ ปวงมิตรสหายย่อมแหนงหน่ายกันได้ ด้วยสาเหตุ ๓ ประการคือ สังสรรค์กันบ่อยเกินไป ๑ ไม่ไปมาหาสู่กันสม่ำเส
หน้า15
162
162 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) กาฬปกเข ยถา จนฺโท หายเตว สุเว สุเว กาฬปกเปโม ราช อสต์ โหติ สมาคโม ดวงจันทร์ในช่วงข้างแรม ย่อมอ่อนแสงลงทุกวันๆ ฉันใด การสมาคมกับคนไม่ดี ก็มีอุปมาเหมือนช่วงข้างแรม ฉ
ความสัมพันธ์กับคนชั่ว
164
ความสัมพันธ์กับคนชั่ว
164 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) อนริยรูโป ปุริโส ชนินท อหิว อุจจากคโต เสยย น เตน มิตติ กยิราถ ธีโร ทุกโข ทเว กาบริเสน สงฺคโม ฯ อันอนารยชนคนชั่วนั้น เปรียบเหมือนงูที่อยู่ในพก อาจแว้งกัดได้เสมอ ผู้
บทความนี้กล่าวถึงการเปรียบเทียบระหว่างคนชั่วและงู โดยชี้ให้เห็นว่าผู้มีปัญญาควรหลีกเลี่ยงการสร้างความสัมพันธ์กับคนเหล่านี้ เพราะจะนำมาซึ่งความเดือดร้อนและปัญหาในชีวิต. โดยอธิบายความสำคัญของการเลือกเพื
หน้า17
166
166 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ๑๐. พาล - บัณฑิต
หน้า18
168
168 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ยส์ ลาธาน ทุมเมโธ อนตฺถ์ จรติ อตฺตโน อตฺตโน จ ปเรสัญจ ที่สาย ปฏิปชฺชติ ฯ ผู้ด้อยปัญญา ได้ยศมาแล้ว มักประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน มักปฏิบัติในทางที่จะเบียดเบ
หน้า19
170
170 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) นตฺถิ โลเก รโห นาม ปาปกมุม์ ปกุพฺพโต ปสฺสนฺติ วนภูตาน ติ พาโล มญฺญเต รโห ฯ ขึ้นชื่อว่าที่ลับ ย่อมไม่มีในโลก สำหรับผู้ทำบาปกรรมไว้ คนทั้งหลายเห็นว่าเป็นป่า แต่คนพาล
หน้า20
172
172 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) นเหว สพฺพตฺเถว พเลน กิจจ พล หิ พาลสุส วธาย โหติ ฯ ภาระหน้าที่ที่พึงทำทุกๆ เรื่อง จะสำเร็จได้ด้วยกำลังกายอย่างเดียว ก็หาไม่ เพราะกำลังกายของคนพาล มีไว้เพื่อฆ่าผู้อื